กัญชาทางการแพทย์กับนิติศาสตร์อิสลาม
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
กัญชาจัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ปัจจุบันประเทศไทยได้ยกระดับกัญชาจากยาเสพติดให้เป็นยารักษาทางการแพทย์ ซึ่งมีการอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนทั้งแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน สรุปข้อบ่งใช้หลักคือ อาการปวดเรื้อรังและโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง แม้ว่างานวิจัยกัญชาจะพิสูจน์ได้ว่ากัญชามีสรรพคุณในการรักษาทางการแพทย์ แต่นักนิติศาสตร์อิสลามยังคงมีทัศนะที่เห็นแตกต่างกันในการนำสารเสพติดหรือยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติด ตลอดจนกัญชาและพืชเสพติดอื่นๆ มาใช้ในทางการแพทย์ จากการศึกษาพบว่า นักนิติศาสตร์อิสลามส่วนใหญ่อนุญาตให้ใช้สารเสพติดหรือยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติดเป็นองค์ประกอบ เนื่องจากในปัจจุบันมีโรคหลายชนิดที่ไม่พบยาที่จะนำมาใช้ในการบำบัดรักษาได้อย่างมีประสิทธิผล หรืออาจมียาบางชนิดที่สามารถนำมารักษา แต่ไม่สามารถหาได้ในประเทศ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง ทำให้คนทั่วไปขาดโอกาสในการรักษา ดังนั้นการใช้สารเสพติด กัญชาหรือสารที่สกัดจากกัญชา จึงเป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่เป็นทางออกในทางการแพทย์กับการบำบัดรักษา แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ ควรจำกัดเฉพาะกรณีที่การรักษาด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล หรืออาจเกิดผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยไม่สามารถทนได้ และควรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่นักนิติศาสตร์อิสลามได้กำหนดไว้ กล่าวคือ ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และไม่พบยาชนิดใดหรือสิ่งใดที่สามารถนำมาทดแทนได้ และต้องใช้ในปริมาณที่จำเป็นเท่านั้น