การเปิดประตูการค้าระหว่างประเทศในศตวรรษที่ 19 การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสนธิสัญญาคังฮวาของโชซอน(ค.ศ.1876-1907)กับสนธิสัญญาเบาว์ริ่งของสยาม(ค.ศ.1855-1910)

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

กนกวรรณ บุญเดช

บทคัดย่อ

การเปิดประตูการค้าในช่วงศตวรรษที่ 19 ของโชซอนและสยามทำให้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ บทความฉบับนี้มีจุดประสงค์ที่จะศึกษาเปรียบเทียบประวัติศาสตร์การเปิดประตูการค้าโดยศึกษาข้อมูลจากสนธิสัญญาทางการค้า กระบวนการที่นำไปสู่การเปิดประตูการค้า นโยบายรับมือกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ผลการศึกษาที่ได้จะนำมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นลักษณะเฉพาะในการปรับตัวของทั้งสองประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันทำให้สามารถเข้าใจถึงกระบวนการการก้าวเข้าสู่การเป็นยุคสมัยใหม่


ผลการศึกษาพบว่าทั้งสนธิสัญญาคังฮวาระหว่างโชซอนกับญี่ปุ่นและสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเป็นสนธิสัญญาที่ทั้งโชซอนและสยามทำขึ้นกับต่างประเทศเพื่อเริ่มต้นขั้นตอนในการเปิดประตูการค้าซึ่งลักษณะสนธิสัญญาและเนื้อหาของสัญญาปรากฏจุดที่เหมือนกันคือการอนุญาตให้ประเทศที่ทำสัญญาต่อกันสามารถติดต่อค้าขายอย่างเสรี การได้สิทธิพิเศษนอกอาณาเขตและการใช้อำนาจตุลาการของสถานที่ราชการ การจัดตั้งสถานทูต ณ โชซอนและสยามเพื่องานทางการทูตของทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษ สิ่งนี้เป็นวิธีการในการแทรกแซงเศรษฐกิจ การล่วงล้ำอำนาจอธิปไตย การได้สิทธิพิเศษนอกอาณาเขต สำหรับจุดที่แตกต่างระหว่างสองประเทศคือการที่สยามเข้าใจความสำคัญของการทำสนธิสัญญาการเปิดประตูการค้าเนื่องด้วยการผ่านประสบการณ์การทำสนธิสัญญาเบอร์นี่มาก่อนทำให้มีโอกาสที่จะปรับตัวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโลก แต่ทว่าโชซอนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจระบบทุนนิยม ทั้งนี้อันเนื่องมาจากการที่โชซอนดำเนินนโยบายปิดประเทศ

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิชาการ

วิธีการอ้างอิง

การเปิดประตูการค้าระหว่างประเทศในศตวรรษที่ 19 การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสนธิสัญญาคังฮวาของโชซอน(ค.ศ.1876-1907)กับสนธิสัญญาเบาว์ริ่งของสยาม(ค.ศ.1855-1910). (2019). Journal of Liberal Arts Rangsit University, 15(1), 45-58. https://rsujournals.rsu.ac.th/index.php/jla/article/view/1550