ปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองภายในของไทยกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ นโยบายความร่วมมือ “One Belt One Road” ระหว่างจีนและไทย
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา จีนได้ก้าวเข้าขึ้นเป็นประเทศผู้นำที่มีการพัฒนารวดเร็วที่สุดในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม ด้วยเหตุนี้ทำให้จีนกลายเป็นที่ดึงดูดความสนใจจากทุกประเทศทั่วโลก และในปี ค.ศ. 2013 ที่ผ่านมา นโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ “One Belt One Road” (OBOR) ได้ถูกประกาศขึ้นให้เป็นนโยบายที่สำคัญของจีน ซึ่งนโยบาย “One Belt One Road” ของจีนไม่เพียงแต่จะเป็นแนวทางในการช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจเท่านั้น ยังถือว่าเป็นการริเริ่มสร้างความร่วมมือทางการเมืองของจีนกับนานาประเทศอีกด้วย สำหรับจีนและไทยถือได้ว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนานกว่าพันปี อีกทั้งยังมีแนวนโยบายและโครงการความร่วมมือระหว่างกันมากมาย ตามเอกสารอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ ไทยถือว่าเป็นหนึ่งประเทศสำคัญที่อยู่บนเส้นทางสายไหมทางทะเลของจีน โดยทั้งจีนและไทยต่างก็ได้ส่งเสริมการพัฒนาในการทำการค้าระหว่างกัน รวมถึงได้สร้างความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมและสังคมต่อกันเรื่อยมา ซึ่งการเกิดขึ้นมาของนโยบาย “One Belt One Road” ในคริสต์ศตวรรษใหม่นี้จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย แต่กระนั้นปัจจัยและปัญหาต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและจีนยังคงมีอยู่ โดยบทความนี้จะให้ความสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเส้นทางสายไหมเก่าจากจีนมาสู่ไทย ซึ่งได้เชื่อมโยงไทยและจีนเข้าสู่ความร่วมมือ “One Belt One Road” หรือเส้นทางสายไหมใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 21 อีกทั้งได้นำปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองภายในของไทย ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหาร การแทรกแซงทางการเมือง และการก่อการร้ายที่ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความร่วมมือ “One Belt One Road” ของไทยและจีน สุดท้ายได้ทำการสรุปและให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ในพิจารณาเพื่อปรับเปลี่ยน แก้ไขหรือเป็นแนวทางในการจัดการและดำเนินนโยบายในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยและจีนต่อไปในอนาคต