เงื่อนไขเชิงปฏิบัติของการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง: การรับรู้และปัญหาการจัดการเรียน การสอนวิชาหน้าที่พลเมืองในสถานศึกษาเขตกรุงเทพมหานคร

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

Kulachart Taksapaibool

摘要

การวิจัยเรื่องเงื่อนไขเชิงปฏิบัติของการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง: การรับรู้และปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองในสถานศึกษาเขตกรุงเทพมหานครมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการรับรู้เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองของครูผู้สอนวิชาหน้าที่พลเมือง ในโรงเรียนเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 2) เพื่อศึกษาปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง ในโรงเรียนเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูในระดับมัธยมศึกษาที่สอนหรือมีประสบการณ์ในการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองมาแล้วอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา ทั้งนี้ได้ใช้การสุ่มตัวอย่างที่เป็นไปตามโอกาสทางสถิติ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่มชั้น (Stratified Sampling) โดยกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นครูในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 70 คนจาก 121 โรงเรียน และสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 70 คนจาก 102 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 140 คน ดำเนินการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามระดับการรับรู้และปัญหาของการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง และแบบสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิชาหน้าที่พลเมือง ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร่วมกับการพรรณาเชิงวิเคราะห์


ผลการวิจัยพบว่า ระดับการรับรู้เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองของครูผู้สอนวิชาหน้าที่พลเมืองในโรงเรียนเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาพรวมอยู่ในระดับมากทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1) การรับรู้เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง (= 4.00, S.D. = 0.49) 2) การรับรู้ด้านบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวิชาหน้าที่พลเมือง (= 3.74, S.D. = 0.51) 3) การรับรู้ด้านสถานที่จัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง (= 3.87, S.D. = 0.50) และ 4) การรับรู้ด้านเวลาที่จัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง (= 3.47, S.D. = 0.56) ส่วนผลการวิเคราะห์ระดับของปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง ของครูผู้สอนวิชาหน้าที่พลเมือง ในโรงเรียนเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 2.97, S.D. = 0.75) เมื่อเรียงลำดับจากด้านที่เป็นปัญหามากที่สุดได้แก่ 1) ปัญหาด้านเนื้อหา (= 3.13, S.D. = 0.90) และ ปัญหาด้านการจัดกิจกรรม (= 3.13, S.D. = 0.92) 3) ปัญหาด้านตัวผู้เรียน (= 3.03, S.D. = 0.86) 4) ปัญหาด้านพื้นที่ (= 2.81, S.D. = 0.79) และด้านที่เห็นว่าเป็นปัญหาน้อยที่สุดคือ 5) ปัญหาด้านตัวผู้สอน (= 2.76, S.D. = 0.94) ข้อมูลที่ปรากฏผนวกกับการสัมภาษณ์พบว่า ครูผู้สอนมีระดับการรับรู้เกี่ยวกับวิชาหน้าที่พลเมืองอยู่ในระดับมาก ครูผู้สอนรู้และเข้าใจกระบวนการจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองว่าควรดำเนินการแบบใดจึงสามารถสร้างพลเมืองตื่นรู้ให้เกิดขึ้นได้ แต่กลับติดอยู่กับเงื่อนไขเชิงปฏิบัติในรูปแบบโครงสร้างของระบบที่ครอบไว้ ทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนการสอน อีกทั้งครูผู้สอนมีพันธะผูกพันกับการประเมินภายใต้กรอบของเวลา ผลลัพธ์ท้ายสุดจึงสะท้อนปัญหาผ่านตัวผู้เรียนวิชาหน้าที่พลเมือง


 

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

栏目

Research Articles

##submission.howToCite##

เงื่อนไขเชิงปฏิบัติของการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง: การรับรู้และปัญหาการจัดการเรียน การสอนวิชาหน้าที่พลเมืองในสถานศึกษาเขตกรุงเทพมหานคร. (2020). วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, 15(2), 9-28. https://rsujournals.rsu.ac.th/index.php/jla/article/view/1257