การศึกษากระบวนการสร้างความปรองดองและเครื่องมือในการจัดการความขัดแย้ง

  • ก้องพิทักษ์ วงศ์ดีธนรักษ์
  • อัครินทร์ อังกูรวงษ์วัฒนา
  • สมศักดิ์ มีทรัพย์หลาก
##plugins.pubIds.doi.readerDisplayName##: https://doi.org/10.14456/jrgbsrangsit.2015.7
Keywords: ความปรองดอง, การแก้ปัญหาความขัดแย้ง, ความขัดแย้ง

Abstract

                   การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประมวลและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทย สาเหตุ การจัดการและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน  ปัจจัยในการเสริมสร้างความปรองดองในบริบทต่างๆ และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการ วิจัยเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประกอบด้วยนักการเมืองอาวุโส ผู้มีบทบาทนำที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆ ผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างความปรองดอง และผู้เกี่ยวข้องโดยใช้คำถามปลายเปิดสำหรับการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) 2 ครั้ง การสัมภาษณ์ครั้งแรก เป็นการสอบถามทัศนคติและมุมมองของผู้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องความปรองดองและอนาคตของประเทศไทย 

                  ผลการศึกษาพบว่า เหตุแห่งความขัดแย้งทางการเมืองไทยปัญหาใจกลางของความขัดแย้งทางการเมืองไทย ความแตกต่างในเชิงความคิด การจัดวางคุณค่าของอุดมการณ์ประชาธิปไตยและความชอบธรรมในการจัดการผลประโยชน์ความขัดแย้งทางการเมืองไทยในปัจจุบัน ถูกมองว่าเป็นความขัดแย้งที่มีความซับซ้อน มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายซึ่งมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน กล่าวคือ แม้ทุกฝ่ายจะเห็นตรงกันว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะเป็นระบอบการปกครองที่มีความเหมาะสมกับสังคมไทย ในปัจจุบันมากที่สุด แต่ก็ยังมีความแตกต่างทางความคิดในแง่ของการให้น้ำหนักกับคุณค่าของระบอบประชาธิปไตยของประเทศ จะต้องอาศัยกระบวนการพูดคุย (Dialogue) ใน 2 ระดับ คือ  1) ระดับตัวแทนทางการเมืองและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และ   2) ระดับประชาชนในพื้นที่ในลักษณะของเวทีประเทศไทย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้มีโอกาสถกเถียงแลกเปลี่ยนในวงกว้างต่อข้อเสนอ ทางเลือก และความเป็นไปได้ต่างๆ พร้อมทั้งร่วมกันออกแบบภาพอนาคตของประชาธิปไตยไทยและกติกาทางการเมืองที่สังคมเห็นพ้องต้องกัน

Published
2018-06-28