การดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางในชุมชน เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

สุดา หันกลาง

บทคัดย่อ

จากสถิติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 บ่งชี้ว่าประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และมีความต้องการการดูแลระยะยาวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง มีโรคหรือความผิดปกติตั้งแต่สองระบบขึ้นไป ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันลดลง เมื่อผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น ความต้องการการดูแลสุขภาพและทรัพยากรจึงเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการรักษาและบริการสุขภาพที่มีราคาสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุเปราะบางที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวที่พร้อมให้การสนับสนุน ผลกระทบทางสุขภาพที่พบบ่อยและเพิ่มขึ้น ได้แก่ การพลัดตกหกล้มทำให้กระดูกหักและพิการ ภาวะสมองเสื่อม ตลอดจนอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เป็นเหตุให้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาทางสุขภาพที่มีความซับซ้อนหลายประเด็น 


ปัจจุบันประเทศไทยหน่วยงานที่มีความพร้อมในการดูแลผู้สูงอายุยังมีจำนวนจำกัด การให้บริการมีราคาสูง แม้ว่าความต้องการบริการจะเพิ่มขึ้นดังที่ได้กล่าวข้างต้น แต่ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่สามารถจ่ายราคาได้ นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวและสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยจะรู้สึกขาดชีวิตชีวา


การดูแลผู้สูงอายุเปราะบางในชุมชนจึงมีความสำคัญมากและต้องการแนวทางที่เหมาะสม แนวทางหนึ่งที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่า ได้แก่ ให้การอบรมที่จำเป็นแก่พยาบาลชุมชนที่ต้องปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิซึ่งทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ และสร้างเครือข่ายจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อีกแนวทางหนึ่ง ได้แก่ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและการดึงศักยภาพชุมชนมาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยระบุปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ และใช้สื่อสารกับทีมสุขภาพ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชน การนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาใช้เป็นแนวทางในการให้บริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่าสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนและประเทศชาติ

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

Academic Articles

ชีวประวัติของผู้แต่ง

สุดา หันกลาง

Dr.P.H. (Public Health Nursing)

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล