การพยาบาลผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีที่มีภาวะวิกฤต
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
โรคไข้เลือดออกเดงกี (Dengue hemorrhagic fever, DHF) พบได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สาเหตุการเสียชีวิตมากกว่าครึ่งเกิดจากภาวะเลือดออกมากและภาวะช็อก โดยเฉพาะการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารซึ่งเกิดจากผนังเยื่อบุหลอดเลือดถูกทำลาย มีการกระตุ้นกระบวนการสร้างลิ่มเลือดทำให้เกล็ดเลือดและปัจจัยในการเข็งตัวของเลือดต่ำลง ร่วมกับมีการรั่วของพลาสมาออกนอกหลอดเลือดสู่ช่องท้องและช่องปอด ส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลง เกิดภาวะช็อกตามมา การดำเนินของโรคแบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มจากระยะไข้ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงลอย มีจุดเลือดออกตามตัว และบางรายมีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ระยะต่อมา คือ ระยะวิกฤติ ในระยะนี้ถือว่าเป็นระยะที่มีความสำคัญมากที่สุด เป็นระยะที่มีการรั่วของพลาสมา ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเกิดภาวะการไหลเวียนล้มเหลว ซึ่งเป็นระยะที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ถ้าผู้ป่วยได้รับการพยาบาลอย่างถูกต้องเหมาะสม ผู้ป่วยจะสามารถผ่านเข้าสู่ระยะสุดท้าย คือ ระยะฟื้นตัว ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ค่าความดันโลหิต ปริมาณปัสสาวะ และความอยากรับประทานอาหารกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พยาบาลเป็นบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญ ซึ่งต้องติดตามประเมินอาการของภาวะเลือดออกและภาวะช็อกอย่างใกล้ชิด ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือดตามแผนการรักษา เฝ้าระวังปริมาณสารน้ำและเกลือแร่ให้สมดุล ติดตามปริมาณปัสสาวะ และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้การดูแลและรักษาอย่างเหมาะสมทันเวลา ส่งผลให้ผู้ป่วยผ่านพ้นภาวะวิกฤตและเข้าสู่ระยะฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น