ผลลัพธ์ของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาล ในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพเป็นปัญหาที่สำคัญของระบบสาธารณสุข การใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเป็นมาตรการที่จำเป็นในการดำเนินงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ การศึกษาเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี รวบรวมข้อมูลในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 โดยใช้แบบประเมินการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ และแบบบันทึกการตรวจเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ และร้อยละ
ผลการศึกษา พบว่า หลังการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาล มีการตรวจพบการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพใน 12 หอผู้ป่วย จาก 4 สาขา ได้แก่ วิกฤต อายุรกรรม ศัลยกรรม และศัลยกรรมกระดูก พยาบาลในหอผู้ป่วยรวม 156 คน ส่วนใหญ่ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพได้ในระดับสูง การปฏิบัติที่สามารถทำได้ครบถ้วนร้อยละ 100 ได้แก่ การล้างมือตามหลัก 5 moments การถอดถุงมือและล้างมือทุกครั้งหลังเสร็จกิจกรรม และการแยกอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวผู้ป่วย การปฏิบัติที่พยาบาลปฏิบัติได้ไม่ถึงร้อยละ 80 คือ การแยกผู้ป่วยเข้าห้องแยกหรือบริเวณแยกเฉพาะ พยาบาลในสาขาวิกฤตปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาลสูงที่สุด (98.2%) ส่วนสาขาศัลยกรรมปฏิบัติได้ต่ำที่สุด (88.4%) หลังการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาล การติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพโดยรวมลดลง ดังนั้น ควรพัฒนาการดำเนินงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนให้พยาบาลสามารถปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาลได้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาล
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น