ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะซึมเศร้าของครอบครัวนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนเป็นวงกว้าง เป็นภัยมืดที่คุกคามการดำเนินชีวิต การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการทำนายของอายุ ความเครียด ความวิตกกังวล และสัมพันธภาพในครอบครัวต่อภาวะซึมเศร้าของครอบครัวนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลุ่มตัวอย่างเป็นสมาชิกในครอบครัวของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวน 88 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามทางออนไลน์ ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบประเมินความเครียด (ST5) 3) แบบประเมินความวิตกกังวล (GAD-7) 4)แบบสอบถามสัมพันธภาพในครอบครัว และ 5) แบบประเมินภาวะซึมเศร้า (9Q) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า สมาชิกในครอบครัวมีภาวะซึมเศร้าร้อยละ 27.3 อายุ ความเครียด ความวิตกกังวลและสัมพันธภาพในครอบครัว สามารถร่วมกันอธิบายภาวะซึมเศร้าของครอบครัวนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ร้อยละ 79 (R2 = .789, F = 82.384, p = .000) โดยพบว่า ความวิตกกังวล (ß = .597, p = .000) และความเครียด (ß = .271, p =.005) สามารถทำนายภาวะซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นบุคลากรทางการศึกษาควรให้ความสนใจในการดูแลและจัดกิจกรรมส่งเสริมภาวะสุขภาพจิตแก่นักศึกษาและครอบครัวนักศึกษาให้เข้มแข็งเพื่อลดภาวะซึมเศร้า
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น