แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การปฏิบัติการพยาบาลในชุมชน
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศซึ่งจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี จึงมีความสำคัญที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยการพัฒนาการให้บริการสาธารณสุขจากเดิมซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้การบริการผู้ป่วยที่มีภาวะเฉียบพลันเป็นส่วนใหญ่ มาเป็นการดูแลผู้ป่วยในชุมชนเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับปัญหาการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและได้ผลลัพธ์ที่ดี แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้ 1) การกำหนดโครงสร้างและอัตรากำลังพยาบาลให้เอื้อต่อการปฏิบัติงาน 2) เสริมพลังอำนาจในการจัดการสุขภาพด้วยตนเอง 3) การออกแบบระบบบริการการดูแลจากหน่วยบริการถึงที่พักอาศัย 4) สนับสนุนการตัดสินใจในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน 5) พัฒนาระบบข้อมูลความรู้ทางคลินิก 6) มีนโยบายสาธารณะและแหล่งให้ความช่วยเหลือ โดยมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชนประกอบด้วย 1) การพัฒนานโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ 2) การจัดระบบบริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 3) มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ 4) การพัฒนาการพยาบาลที่มีความร่วมมือ ทั้งบุคคล ครอบครัว ชุมชน และ 5) การติดตามประเมินผล
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น
วิธีการอ้างอิง
การอ้างอิง
กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข. (2559). ระบบเฝ้าระวัง 5 กลุ่มโรค 5 มิติ. นนทบุรี: กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค.
กองโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. (2563). รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
คณะกรรมการอำนวยการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 กระทรวงสาธารณสุข. (2559). แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). สืบค้น 1 สิงหาคม 2566, จากhttps://dmsic.moph.go.th/index/download/699
จันทร์เพ็ญ ประโยงค์, พิสมัย ไชยประสบ, และดรุณี มั่นใจวงค์. (2563). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(5), 803-812.
ณิสาชล นาคกุล. (2561). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง ในเขตเทศบาลนคร สุราษฎร์ธานี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 28(3), 36-50.
ธวัชชัย สัตยสมบูรณ์, และยุวนุช สัตยสมบูรณ์. (2563). รูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังและการสนับสนุนการจัดการตนเองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2: การทบทวนวรรณกรรม อย่างเป็นระบบ. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 7(2), 232-243.
นุชรัตน์ มังคละคีรี, เนาวรัตน์ เสนาไชย, และอนันตศักดิ์ พันธ์พุฒ. (2564). ความท้าทายในการดูแลผู้ที่เป็นเบาหวานวัยทำงาน: บทบาทพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน.วารสารพยาบาลทหารบก, 22(3) ,19-27.
ปวีณา นราศรี, กานต์ ฉลาดธัญญกิจ, และนพวรรณ เปียซื่อ. (2560). บทบาทของพยาบาลในการจัดการดูแลกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังระดับปฐมภูมิ ตามแนวคิดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 23(1), 27-43.
พิสมัย บุญเลิศ, เทิดศักดิ พรหมอารักษ์, และศุภวดี แถวเพีย. (2559). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพอย่าง
ต่อเนื่องสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน ติดเตียงในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบ้านดงมัน ตำบลสิงห์โคก อำเภอ เกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น, 23(2), 79-87.
ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, ปานทิพย์โชติ เบญจมาภรณ์, และปวีณา ปั้นกระจ่าง. (2559). สถานการณ์การควบคุมการบริโภคยาสูบ ของประเทศไทย พ.ศ. 2559. กรุงเทพมหานคร: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, และปวีณา ปั้นกระจ่าง. (2561). รายงานสถิติการบริโภคยาสูบของประเทศไทย พ.ศ. 2561. กรุงเทพมหานคร: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์ .
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). การสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ.2560.
กรุงเทพมหานคร: เท็กซ์แอนด์เจอร์นัล.
สำนักการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข. (2559). แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
หทัยชนก บัวเจริญ. (2561). การสร้างเสริมสุขภาพเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน. วารสารเกื้อการุณย์, 25(2), 185-194.
Berkman L. F., Glass T. (2000). Social integration social network and health. In L. F. Berkmand, & I. Kawachi (Eds.), Social epidemiology (pp 137-173). New York: Oxford University.
Naruse, T., Sakai, M., Matsumoto, H., & Nagata, S. (2015). Diseases that precede disability among latterstage elderly individuals in Japan. Bioscience Trends Journal, 9(4), 270–4.
Siantz, E., & Aranda, M. P. (2014). Chronic disease self management interventions for adults with serious mental illness: A systematic review of the literature. General Hospital Psychiatry, 36(3), 233–44.
World Health Organization. (2013). Global action plan for the prevention and control of noncommunicable diseases 2013-2020. Geneva: World Health Organization.