ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการข่มเหงรังแกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ของปัจจัย ด้านชีวภาพ จิตวิทยา สิ่งแวดล้อม สังคม กับพฤติกรรมการข่มเหงรังแกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 242 คน คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*Power เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและพฤติกรรมการข่มเหงรังแก แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ การเห็นคุณค่าในตนเองตามแนวคิดของ Rosenberg และการได้รับการสนับสนุนทางสังคม เครื่องมือได้ผ่านการตรวจสอบความตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิ และการทดสอบความเชื่อมั่นของแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ การเห็นคุณค่าในตนเอง การได้รับการสนับสนุนทางสังคม ได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค 0.82, 0.97, 0.91 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ chi square วัดระดับความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ ด้วยการทดสอบสถิติ Cramer’s V
ผลการวิจัย พบว่าปัจจัยด้านจิตวิทยา ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสังคม มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการข่มเหงรังแก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดย ปัจจัยด้านจิตวิทยา ได้แก่ ความฉลาดทางอารมณ์ มีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (Cramer’s V = 0.392 ) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การอบรมเลี้ยงดู มีความสัมพันธ์ในระดับต่ำ (Cramer’s V = 0.183 ) การเล่นเกมส์ที่มีเนื้อหารุนแรง มีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (Cramer’s V = 0.322) และปัจจัยด้านสังคม ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์ ในระดับต่ำ (Cramer’s V = 0.127) ส่วนปัจจัยด้านชีวภาพไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการข่มเหงรังแกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
ข้อเสนอแนะ สถาบันการศึกษาควรจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของผู้เรียน ส่งเสริมการเลี้ยงดูของผู้ปกครองแบบมีเหตุผล และให้การสนับสนุนทางสังคมอย่างต่อเนื่อง
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น
วิธีการอ้างอิง
การอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2546). คู่มือ EQ ความฉลาดทางอารมณ์ (เล่มเล็ก). สืบค้น 26 พฤษภาคม 2567, จาก https://dmh-elibrary.org/items/show/1199
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2561). ไทยอันดับ 2 “เด็กรังแกกันในโรงเรียน” พบเหยื่อปีละ 6 แสนคน. สืบค้น 22 มีนาคม 2567, จาก https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=27485
กาญจนาวดี บูชากุล, ทิพย์วัลย์ สุรินยา, และสุปาณี สนธิรัตน. (2562) ความฉลาดทางอารมณ์ การจัดการความเครียด และพฤติกรรมความรุนแรงของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยีโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์นายเรืออากาศ, 7, 112-126.
เนรัญชรา ไชยยา. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการรังแกของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดลำปาง. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกการพัฒนาครอบครัวและสังคม สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
รัศมีแสง หนูแป้นน้อย, ทัศนา ทวีคูณ, และพัชรินทร์ นินทจันทร์. (2561). การเห็นคุณค่าในตนเอง การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมรังแกกันในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 32(3), 13-32.
วินัดดา ปิยะศิลป์. (2563). การรังแกในเด็กและวัยรุ่น. สืบค้น 26 พฤษภาคม 2567, จาก https://drpanom.wordpress.com/2020/09/29
ศิริไชย หงส์สงวนศรี, และนงพะงา ลิ้มสุวรรณ. (ม.ป.ป.). Aggression and Violence in Adolescents. สืบค้น 26 พฤษภาคม 2567, จาก www.rcpsycht.org/cap/detail_articledr.php?news_id=52
ศุภรดา ชุมพาลี, และทัศนา ทวีคูณ. (2562). พฤติกรรมรังแกกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ประเทศไทย. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 33(3), 128 -148.
สมบัติ ตาปัญญา. (2565). School Bullying. สืบค้น 20 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.oscc.consulting/media/110
อภิญญา เยาวบุตร, วีณา เที่ยงธรรม, อาภาพร เผ่าวัฒนา, และสุธรรม นันทมงคลชัย. (2558). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการข่มเหงรังแกผู้อื่นในวัยรุ่นตอนต้น เขตกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 29 (2), 71-84.
อมรากุล อินโอชานนท์, เนตรชนก บัวเล็ก, สตรีรัตน์ รุจิระชาคร, นฤภัค ฤธาทิพย์, ไอยรดา มารีอัมมัน, และอุษา มะลิซ้อน (บ.ก.). (2561). คู่มือกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในวัยรุ่น อายุ 12-16 ปี (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ พับลิสซิ่ง.
อรุณี เกษรอุบล. (2544). การสำรวจความเครียด การจัดการกับปัญหาและการสนับสนุนทางสังคมของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนนทบุรี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเวชศาสตร์ชุมชน, บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัสรี อนุตธโต, พาสนา จุลรัตน์, และนฤมล พระใหญ่. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการข่มเหงรังแกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารการวัดผลการศึกษา, 38(103), 158-170.
Bar-On, R. (2006). The Bar-On model of emotional-social intelligence (ESI). Psicothema, 18(Suppl.), 13–25.
Cobb, S. (1976). Social support as a moderator of life stress. Psychosomatic Medicine, 38(5), 300-314. doi: 10.1097/00006842-197609000-00003
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Goleman, D. (1996). Inteligencia emocional [Emotional intelligence]. Barcelona, Spain: Kairós.
Kim, J. H., Song, H.Y., & Jung, G. H. (2024). Relationship between positive parenting and cyberbullying perpetration among adolescents: Role of self-esteem and smartphone addiction. Frontiers in Psychology, 14, 1-7. doi: 10.3389/fpsyg.2023.1252424
Langan, P. (2011). Bullying in Schools: What you need to know. New Jersey: Townsend Press.
Mizuta, A., Okada, E., Nakamura, M., Yamaguchi, H., & Ojima, T. (2018). Association between the time perspective and type of involvement in bullying among adolescents: A cross sectional study in Japan. Japan Journal of Nursing Science, 15(2), 156-166. doi: 10.1111/jjns.12182
Olweus, D. (1996). Bullying at school: Knowledge base and an effective intervention program. Annals of the New York Academy of Sciences, 794(1), 265–276.
Rigby, K. (1996). Bullying in schools: And what to do about it. Camberwell Victoria: ACER Press.
Rosenberg, M. (1989). Society and the adolescent self-image. Middletown, CT: Wesleyan University Press.
Salovey, P., & Mayer, J. D. (1990). Emotional intelligence. Imagination, Cognition and Personality, 9(3), 185–211. doi: 10.2190/DUGG-P24E-52WK-6CDG
Taibolatov, K.M., Pfeyfer, N.E., Burdina, E. I., Kudysheva, A. A., & Bolatov, A. K. (2024). The role of emotional intelligence on academic motivation of schoolchildren. Frontiers in Education, 9, 1-8. doi: 10.3389/feduc.2024.1265946.