การพัฒนาแบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพโรคมะเร็งเต้านม ของสตรีกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบแบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพโรคมะเร็งเต้านมของสตรีกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม วิธีการศึกษาแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ 1) การพัฒนาแบบวัด โดยบูรณาการกรอบแนวคิดความรอบรู้ทางสุขภาพของโซเรนเซน ร่วมกับผลการวิเคราะห์เนื้อหาจากการประชุมกลุ่มย่อยของกลุ่มตัวอย่าง 2) การทดสอบคุณภาพของแบบวัด และ 3) การนำแบบวัดไปใช้ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และนำไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง 350 คน เพื่อหาความความสอดคล้องภายใน และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัย พบว่า แบบวัดที่พัฒนาขึ้นมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ แบ่งเป็น 4 ด้าน จำนวน 22 ข้อ มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา 0.86 และความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.92 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า แบบจำลองการวัดมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ผ่านเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (c2 = 665.326, df = 197, p-value < 0.05, RMSE = 0.083, CFI = 0.913, TLI =0.898, GFI = 0.848) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ 1) การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ 6 ข้อ 2) การเข้าใจข้อมูลสุขภาพ 6 ข้อ 3) การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ 6 ข้อ และ 4) การประยุกต์ใช้ข้อมูลสุขภาพ 4 ข้อ แบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพฯ ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ในการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น
วิธีการอ้างอิง
การอ้างอิง
ดลสุข พงษ์นิกร, กาญจนา ดาวประเสริฐ, บุรินทร์ วงศ์แก้ว, ศิรินยา แสงคำ, มนฐิตินันท์ ประดิษฐค่าย, รวิสรา มีมาก. (2563). แนวโน้มอุบัติการณ์และอัตราตายโรคมะเร็งในเขตภาคเหนือ พ.ศ. 2536-2560: ผลของการพัฒนาเครือข่ายทะเบียนมะเร็งระดับประชากร. รายงานการวิจัย โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง LPCH Cancer Registry Publication No.38.
ฐาพัชร์ลดา เกียรติเลิศเดชา, อารยา เชียงของ, ปราลีณา ทองศรี, และอนงค์นุช สารจันทร์. (2562). การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดความรอบรู้ทางสุขภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มสตรีวัยเจริญพันธุ์เขตกรุงเทพมหานคร. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง, 63(ฉบับเพิ่มเติม), S31-S42.
บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2555). การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย: คุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬางกรณ์มหาวิทยาลัย.
วราภรณ์ ดีน้ำจืด, และภัทร์ธนิตา ศรีแสง. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพฯ: กรณีศึกษาการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง, 63(ฉบับเพิ่มเติม), S73-S82.
วีรวุฒิ อิ่มสำราญ, อาคม ชัยวีระวัฒนะ, ดนัย มโนรมย์, และสมชาย ธนะสิทธิชัย. (2560). แนวทางการตรวจคัดกรองวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งเต้านม. กรุงเทพฯ: บริษัท โฆสิตการพิมพ์ จำกัด.
วัชราพร เชยสุวรรณ. (2560). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: แนวคิดและการประยุกต์สู่การปฏิบัติการพยาบาล.วารสารแพทย์นาวี, 44(3), 183-197.
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2567, จาก
สุดาฟ้า วงศ์หาริมาตย์, และกรัณฑรัตน์ บุญช่วยธนาสิทธิ์. (2561). ดัชนีวัดความรอบรู้ทางด้านสุขภาพเพื่อการมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และความตั้งใจใฝ่พฤติกรรมการมาตรวจมะเร็งปากมดลูก.วารสารวิชาการสาธารณสุข, 27(6), 1058-1068.
Bray, F., Laversanne, M., Sung, H., Ferlay. J., Siegel, R. L., Soerjomataram, I., & Jemal, A. (2024). Global cancer statistics 2022: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 36 cancers in 185 countries. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 4. doi: 10.3322/caac.21834
Hair, J. F., Black, W. C., & Babin, B. J. (2010). Multivariate data analysis: A global perspective. London: Pearson Education.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2013). Multivariate data analysis: Pearson new international edition (7th edition). London: Pearson Education.
Li, C. C., Matthews, A. K., & Dong, X. (2022). The influence of health literacy and acculturation on cancer screening behaviors among older Chinese Americans. Gerontology & Geriatric Medicine, 4, 1-8. doi 10.1177/2333721418778193
Ren, W., Chen, M., Qiao, Y., Zhao, F. (2022). Global guidelines for breast cancer screening: A systematic review. The Breast, 64, 85-99.
Rojananmatin, J., Ukranun, W., Supaatagorn, P., Chiawiriyabunya, I., Wongsena, M., Chaiwerawattana, P., … Buasom, R. (2021). Cancer in Thailand Vol. X 2016-2018. Bangkok: National Cancer Institute.
Sentell, T. L, Tsoh, J. Y., Davis. T., Davis, J. & Braun, K. L. (2015). Low health literacy and cancer screening among Chinese Americans in California: A cross-sectional analysis. BMJ Open, 5, e006104.
doi:10.1136/bmjopen-2014-006104
Sorensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., Brand, H., & (HLS-EU) Consortium Health Literacy Project European. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12, 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80
World Health Organization. (1998). Health promotion glossary. Retrieved July 20, 2024, from https://www.who.int/publications/i/item/WHO-HPR-HEP-98.1
World Health Organization. (2024). Breast cancer. Retrieved July 20, 2024, from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/breast-cancer
Yadollahi, M., Siavashi, E., Mostaghim, S. (2018). The relationship between health literacy and patient participation in medical decision making among breast cancer patients. Archives of Breast Cancer, 5(4), 183-188. https://archbreastcancer.com/index.php/abc/article/view/224