ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้และการแนะนำผ่านการประชุมครอบครัวต่อความเครียดและการยอมรับของผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโรงพยาบาลหลังสวน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

กัญญาภัทร ศึกวัฒนา
ภคพร กลิ่นหอม

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความเครียดและการยอมรับของผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการให้ความรู้และการแนะนำผ่านการประชุมครอบครัว กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโรงพยาบาลหลังสวน จำนวน 30 คน โปรแกรมการให้ความรู้และการแนะนำผ่านการประชุมครอบครัวสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย พัฒนามาจากแนวคิดการประชุมครอบครัวและการสื่อสารเพื่อการดูแลแบบประคับประคอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบสอบถาม 3 ส่วน คือ 1) ข้อมูลทั่วไป 2) ข้อมูลความเครียดของผู้ดูแล และ 3) ข้อมูลการยอมรับของผู้ดูแล ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาของข้อมูลความเครียดและการยอมรับของผู้ดูแลได้เท่ากับ 0.82 และ 0.96 ตามลำดับ และค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สัมประสิทธ์แอลฟ่าครอนบาคเท่ากับ 0.86 และ 0.91 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติอนุมาน paired t-test


ผลการวิจัย พบว่าหลังการเข้าร่วมโปรแกรมการให้ความรู้และการแนะนำผ่านการประชุมครอบครัว ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีความเครียดต่ำกว่าก่อนการเข้าร่วมโปรแกรมฯ และมีการยอมรับสูงกกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 (t = 16.56  และ 12.93 ตามลำดับ)


การวิจัยครั้งนี้บ่งชี้ว่า โปรแกรมการให้ความรู้และการแนะนำผ่านการประชุมครอบครัว มีประสิทธิภาพในการนำไปใช้ลดความเครียดและเพิ่มการยอมรับของผู้ดูแลต่อสภาพการเจ็บป่วยของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลในอนาคต

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

Research Articles

วิธีการอ้างอิง

ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้และการแนะนำผ่านการประชุมครอบครัวต่อความเครียดและการยอมรับของผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโรงพยาบาลหลังสวน. (2025). วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 7(2), e3637. https://rsujournals.rsu.ac.th/index.php/ajnh/article/view/3637

การอ้างอิง

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2559). การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 16). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

กิติพล นาควิโรจน์. (2559). คู่มือการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัว. กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2565). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2565. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2567, จาก https://dmh.go.th/ebook/files/รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต%20ปีงบประมาณ%202565.pdf

โกศล จึงเสถียรทรัพย์. (2562). การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยาในสถานพยาบาลเชิงพุทธ. วารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์, 2(1 ), 25-43.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2566). สถิติสาธารณสุข 2565. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2567, จาก https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2023/11/Hstatistic65.pdf

ดาริน จตุรภัทรพร. (2562). ดูแลด้วยหัวใจ จากไปด้วยความรัก: Palliative care. กรุงเทพฯ: SOOK Publishing.

ทัศนีย์ บุญอริยเทพ, และธภัคนันท์ อินทราวุธ. (2566). ผลของโปรแกรมการดูแลแบบประคับประคองที่บ้านต่ออาการรบกวน ผลลัพธ์การดูแลของผู้ป่วยและภาวะเครียดของผู้ดูแล. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 31(1 ), 99-113.

ทองเปลว ชมจันทร์, และปาริชาติ ลิ้มเจริญ. (2562). ความต้องการและการได้รับการตอบสนองความต้องการของสมาชิกครอบครัวผู้ป่วยวิกฤตระยะสุดท้ายที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในหอผู้ป่วยหนัก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 2(1) 15-29.

ธวัชชัย วรพงศธร, และสุรีย์พันธุ์ วรพงศธร. (2561). การคํานวณขนาดตัวอย่างสำหรับงานวิจัย โดยใช้โปรแกรมสําเร็จรูป G*Power. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 41(2), 11-21.

นิตยา ทรัพย์วงศ์เจริญ, และทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. (2563). บทบาทพยาบาลในการดูแลแบบประคับประคองในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. วารสารพยาบาลทหารบก, 21(1), 26-34.

นุชจรี พิมพ์โคตร, และเสาวคนธ์ วีระศิริ. (2559). การพยาบาลแบบประคับประคองสำหรับครอบครัวที่มีบุคคลโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ณ อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 39(1), 122-131.

พรรณพัชร สกุลทรงเดช, ประนอม โฉมกาย, และมารยาท สุจริตวรกุล. (2563). ประสิทธิผลของการประชุมครอบครัวของผู้ป่วยระยะสุดท้ายโรงพยาบาลชลบุรี. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2567, จาก http://journal.cbh.moph.go.th:8080/journal/PDF/ฉบับที่1-61-43-1.pdf

พนิตตา ศรีหาคลัง, และศิริพันธุ์ สาสัตย์. (2559). ผลของโปรแกรมการพัฒนาทักษะการดูแลและการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนผู้ดูแลต่อความเครียดของผู้ดูแลผู้สูงอายุโรคมะเร็งระยะสุดท้าย. วารสารพยาบาลตำรวจ, 8(1), 1-10.

โรงพยาบาลหลังสวน. (2565). สถิติผู้ป่วยดูแลประคับประคอง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร. เอกสารไม่ตีพิมพ์, โรงพยาบาลหลังสวน, ชุมพร.

โรจนศักดิ์ ทองคําเจริญ. (2563). ล้อมวงสนทนา:ศิลปะการสื่อสารสําหรับบุคลากรสุขภาพเพื่อการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและญาติ. กรุงเทพฯ: สามลดา.

ศรีเวียง ไพโรจน์กุล, และปาริชาติ เพียสุพรรณ์. (2560). แนวทางการดำเนินงานศูนย์ดูแลประคับประคองในโรงพยาบาล. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2567, จาก https://www.karunruk.org/wp-content/uploads /2021/06/คู่มือดำเนินการศูนย์ฯ.pdf

สมศักดิ์ เทียมเก่า. (2562). โรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย, 14(3), 59-71.

อังคณา สมคง, สุทัศน์ ศุภนาม, และกรรณิกา รักยิ่งเจริญ. (2564). ผลของโปรแกรมการสื่อสารทางบวกต่อความเครียดและการเผชิญความเครียด ของญาติผู้ดูแลผู้ป่วยวิกฤต. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 37(2), 100-110.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Buckman, R. (1992). Breaking bad news: A six-step protocol. In R. Buckman (Ed.), How to break bad news: A guide for health care professionals (pp. 65-97). Baltimore, MD: Johns Hopkins University Press.

Houts, P. S., Nezu, A. M., Nezu, C. M., & Bucher, J. A. (1996). The prepared family caregiver: A problem-solving approach to family caregiver education. Patient Education and Counseling, 27(1), 63–73.

Kübler-Ross, E. (2009). On death and dying: What the dying have to teach doctors, nurses, clergy and their own families (with a new introduction by Allan Kellehear). London, UK: Routledge.

Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress appraisal and coping. New York, NY: Springer Publishing.

World Health Organization [WHO]. (2023). Palliative care. Retrieved May 15, 2022, from https://www.who.int/europe/news-room/fact-sheets/item/palliative-care