พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ เปรียบเทียบพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพระหว่างนักศึกษาที่มีปัจจัยส่วนบุคคลต่างกัน และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการรับรู้และพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 438 คน โดยใช้แบบสอบถามที่มี 3 ตอน ได้แก่ 1) ปัจจัยส่วนบุคคล 2) พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ และ 3) ปัจจัยด้านการรับรู้ ประกอบด้วย ด้านการรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถของตนเอง อิทธิพลระหว่างบุคคล และอิทธิพลสถานการณ์สิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติเชิงพรรณา การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัย พบว่า นักศึกษามีพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพโดยรวม และรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง ยกเว้นด้านพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ และด้านการสูบบุหรี่และดื่มสุรา อยู่ในระดับต่ำ นักศึกษาที่มี เพศ ระดับชั้นปี คณะที่ศึกษา และระดับการศึกษาของมารดาที่ต่างกันมีพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปัจจัยด้านการรับรู้ประโยชน์ การรับรู้ความสามารถของตนเอง และอิทธิพลความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัจจัยด้านการรับรู้อุปสรรคมีความสัมพันธ์ทางลบกับพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษาสะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดกิจกรรมหรือโครงการส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสมกับเพศ คณะ และชั้นปีที่ศึกษา โดยรูปแบบกิจกรรมควรคำนึงถึงปัจจัยการรับรู้ด้านต่าง ๆ ของนักศึกษา
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น
วิธีการอ้างอิง
การอ้างอิง
กัลย์ชนา ละว้า, วัฒน์ บุญกอบ, จันทร์จารี เกตุมาโร, และเกษม ชูรัตน์. (2562). พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของนักศึกษาในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี. วารสารวิชาการสถาบันการพลศึกษา, 11(3), 190-203.
ชื่นนภา บุตดีวงค์. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 2(3), 49-60.
ฐปรัตน์ รักษ์ภาณุสิทธิ์, นฤมล จีนเมือง, และนันทิยา โข้ยนึ่ง. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 29(3), 170-178.
เบญจพร อรุณประภารัตน์, โชติกา วงศ์เจริญ, และ รัชดาภรณ์ แม้นศิริ. (2558). พฤติกรรมสุขภาพของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรชั้นปีที่ 3. วิจัยและนวัตกรรมกับการพัฒนาประเทศ, 12(1), 1636-48.
วิเชียร เกตุสิงห์. (2538). สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย (พิมพ์คร้ังที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สราวุฒิ พงษ์พิพัฒน์, ภัทร ยันตรกร, และธัชกร พุกกะมาน. (2560). พฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ศึกษาศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 1(1), 34-45.
สินศักดิ์ชนม์ อุ่นพรมมี. (2556). พัฒนาการสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพ: รายงานการประชุมระดับโลกเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ. นนทบุรี: โครงการสวัสดิการวิชาการสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2561). แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข (พ.ศ. 2560-2579) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2561). สืบค้น 20 เมษายน 2565, จาก http://bps.moph.go.th
สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2561). สถิติสาธาณสุข. สืบค้น 20 เมษายน 2565, จาก http://bps.moph.go.th/new_bps
สำนักงานสวัสดิการสุขภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต. (2563). สรุปโครงการวิเคราะห์สภาวะสุขภาพของนักศึกษา ปีการศึกษา 2562-2563. เอกสารรายงานของสำนักสวัสดิการสุขภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต. (เอกสารไม่ตีพิมพ์เผยแพร่), หน้า 12-14.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). การสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ. 2557. สืบค้น 20 เมษายน 2565, จาก http://service.nso.go.th/nso/web/survey/ surveylist.html.
สุภาภรณ์ ตันตินันทตระกูล, อนงค์ หาญสกุล, สมสมัย รัตนกรีฑากุล, และทวีศักดิ์ กสิผล. (2558). พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารวิชาการสถาบันการพลศึกษา, 7(2), 181-192.
สุภาภรณ์ ตันตินันทตระกูล, ขวัญสุมาณา พิณราช, และสมบูรณ์ ขอสกุล. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มวัยทำงานที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ชนิดที่2 ในชุมชนแห่งหนึ่งเขตอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 26(2), 1-13.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: วิทยพัฒน์.
Pender, N. L., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. A. (2006). Health promotion in nursing practice (5th ed.). Stamford Connecticut: A Simson & Schuster.
Yamane, T. (1976). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper & Row.