ปัญหาและความต้องการของการจัดสวัสดิการทางสังคมสำหรับสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น และมารดาวัยรุ่นหลังคลอด
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การตั้งครรภ์วัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ส่งผลกระทบทั้งร่างกาย จิตใจของวัยรุ่น และส่งผลต่อครอบครัวและสังคม การศึกษาครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการของการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมสำหรับสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น หรือมารดาวัยรุ่นหลังคลอด ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่าง 99 คน โดยใช้แบบสอบถามแบ่งเป็น ข้อมูลพื้นฐาน ความช่วยเหลือและสวัสดิการสังคมที่ได้รับ ปัญหาและความต้องการการจัดสวัสดิการสังคม เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่าง 25 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
จากการศึกษา พบว่า สตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นหรือมารดาวัยรุ่นหลังคลอด รู้สึกผิดอยากฆ่าตัวตายร้อยละ 10.1 ออกจากระบบการศึกษาร้อยละ 29.3 ไม่มีอาชีพและรายได้ร้อยละ 28.3 มีปัญหาด้านสัมพันธภาพในครอบครัวร้อยละ 26.3 จากการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า ปัญหาของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นหรือมารดาวัยรุ่นหลังคลอด ได้แก่ 1) ไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ 2)ใช้วิธีคุมกำเนิดไม่ถูกต้อง ไม่ใช้วิธีคุมกำเนิด 3) ปัญหาด้านสัมพันธภาพ 4) ปัญหาด้านสิทธิ์และการเข้าถึงสิทธิ์ สตรีตั้งครรภ์หรือมารดาวัยรุ่นต้องการสวัสดิการด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ และด้านการบริการ โดยมีการบริการเชิงรุก การดำเนินงานช่วยเหลือสตรีตั้งครรภ์หรือมารดาวัยรุ่นทั้งในระดับบุคคลและหน่วยงาน ต้องมีการจัดบริการที่ครอบคลุม ทุกด้าน อย่างเป็นมิตร เข้าใจ ไม่ตีตรา มีกลไกชัดเจน เสริมสร้างระบบการทำงานให้ครบวงจร เข้มแข็ง ยั่งยืน เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะสวัสดิการที่ครอบคลุมทั่วถึงและตอบสนองต่อความต้องการอย่างแท้จริง
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น
วิธีการอ้างอิง
การอ้างอิง
กฤตยา อาชวนิจกุล, จิตติมา ภาณุเตชะ, และสุมาลี โตกทอง. (2563). สวัสดิการและสิทธิเพื่อผู้หญิงท้องไม่พร้อมกรณีท้องต่อ. กรุงเทพฯ: บ้านท้ายซอยดีไซน์.
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2560). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้น 1 สิงหาคม 2566, จากhttps://rh.anamai.moph.go.th/th/download-03
สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 2. (2564). แนวทางการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเป้าหมายตั้งครรภ์ในวัยรุ่น. รายงานการวิจัย สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
ยศวดี อยู่สุข, และปริชวัน จันทร์ศิริ. (2557). ปัญหาเชิงจิตสังคมและสิ่งแวดล้อม และการประเมินความจำเป็นด้านร่างกายและจิตสังคมในหญิงวัยรุ่นตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์อย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์: การศึกษาเฉพาะกรณีในคลินิกฝากครรภ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. จุฬาลงกรณ์เวชสาร, 58(2), 198-209.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Rodgers, C. C. (2017). Health promotion of the adolescent and family. In M. J. Hockenberry, D. Wilson, C. C. Rodgers. (Eds.), Wong’s essentials of pediatric nursing (10th edition, pp. 891-965). St. Loius: Elsevier.
Leppälahti, S., Gissler, M., Mentula, M., & Heikinheimo, O. (2013). Is teenage pregnancy an obstetric risk in a welfare society? A population-based study in Finland, from 2006 to 2011. BMJ Open, 3, e003225. doi:10.1136/bmjopen-2013-003225
United Nations. (2019). Sustainable Development Goals. Retrieved May 29, 2023, from https://www.un.org/sustainabledevelopment/health/