ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองร่วมกับการรับประทานแคปซูลขิงต่อความสามารถในการดูแลตนเองและอาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

นันทนัช ภาณุศรี
รัชนี นามจันทรา
ขนิตฐา หาญประสิทธิ์คำ

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองร่วมกับการรับประทานแคปซูลขิงต่อความสามารถในการดูแลตนเองและอาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดจำนวน 40 คน เป็นกลุ่มทดลอง 20 คน ได้รับโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองร่วมกับการรับประทานแคปซูลขิง และกลุ่มควบคุม 20 คนได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเกี่ยวกับโรคและการรักษา แบบประเมินอาการคลื่นไส้อาเจียนของ Multinational Association of Supportive Care in Cancer (MASCC) และแบบประเมินความสามารถในการดูแลตนเอง ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (Content Validity Index) มีค่า 1.0 เก็บข้อมูล 2 ครั้งของการได้รับเคมีบำบัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึง พฤศจิกายน พ.ศ.2565  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา Chi-square test, Fisher’s exact test, Independent t-test และ Mann-Whitney U test 


ผลการศึกษาพบว่า คะแนนความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยในกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิต (p< .001) กลุ่มทดลองมีอัตราการเกิดและความรุนแรงของอาการคลื่นไส้ในวันที่ 2-4 หลังได้รับเคมีบำบัดทั้ง 2 ครั้ง น้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) ส่วนอัตราการเกิดและจำนวนครั้งของอาการอาเจียนหลังได้รับเคมีบำบัดของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน (p>.05) สรุปได้ว่าโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองร่วมกับการรับประทานแคปซูลขิง ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูแลตนเอง และลดอาการคลื่นไส้จากเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

Research Articles

วิธีการอ้างอิง

ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองร่วมกับการรับประทานแคปซูลขิงต่อความสามารถในการดูแลตนเองและอาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด. (2024). วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 6(1), e3333. https://rsujournals.rsu.ac.th/index.php/ajnh/article/view/3333

การอ้างอิง

บุษรัตน์ สีนวลแจ้ง, อำภาพร นามวงศ์พรหม, และน้ำอ้อย ภักดีวงศ์. (2561). ความต้องการการได้รับความรู้ และการสนับสนุน และความพึงพอใจต่อความรู้และการสนับสนุนที่ได้รับของผู้ป่วยมะเร็งระยะแรก. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 41(1), 24-33.

มนนพรัฐ อุเทน, และจิราพร มณีศร. (2562). ผลของการดื่มขิงผงต่ออาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 2. เชียงรายเวชสาร, 11(2), 52-59.

โรงพยาบาลเลิดสิน. (2563). รายงานสถิติมะเร็งเต้านมที่มารับเคมีบำบัดในหน่วยเคมีบำบัดโรงพยาบาลเลิดสิน ประจำปี 2563. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ.

ลักษณา เจริญใจ. (2553). ขิง สมุนไพรในครัวเรือน. สืบค้น 30 มี.ค. 2564, จาก https://apps.phar.ubu.ac.th/phargarden/attachments/article-20101125152021.pdf

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. (2564). ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2563. สืบค้น 30 มี.ค. 2564, จาก https://www.nci.go.th /e_book/hosbased_2563/files/main.pdf

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2565). สถิติสาธารณสุข 2564. สืบค้น 22 มี.ค. 2564, จาก https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2022/11/Hstatistic64.pdf

สมจิต หนุเจริญกุล. (2543). การดูแลตนเองกับทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็ม. ใน สมจิต หนุเจริญกุล (บ.ก.), การพยาบาล: ศาสตร์ของการปฏิบัติ (น.115-136). กรุงเทพฯ: หจก. วี.เจ. พริ้นติ้ง.

สมถวิล ลูกรักษ์, แม้นมนา จิระจรัส, สุวรรณี สิริเลิศตระกูล และจิตประภา คนมั่น. (2556). คู่มือการดูแลตนเองขณะได้รับเคมีบำบัด. (ปรับปรุงครั้งที่ 4). สืบค้น 30 มี.ค. 2564, จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/cancer_center/sites/default/files/public/pdf/Article/Selfcare.pdf

สุธาร จันทะวงศ์. (2562). การป้องกันภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด. ศรีนครินทร์เวชสาร, 34(1), 115-126.

สุวรรณา คงหมวก, ศากุล ช่างไม้, และสมพันธ์ หิญชีระนันทน์. (2556). ผลลัพธ์ของรูปแบบการพยาบาลแบบสนับสนุนและการใช้แคปซูลขิงในการบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 19(1), 75-88.

อภิญญา ปริสุทธิ์กุล, มลิวรรณ สุคันธพันธ์, ทิพย์วรรณ อรัญดร, อนงนาฏ เรืองดำ, อรุณี เดชาพันธุ์กุล, และภัทรพิมพ์ สรรพวีรวงศ์. (2556). ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดต่อการเพิ่มพูนความรู้และลดความวิตกกังวลให้แก่ผู้ป่วย. วารสารโรคมะเร็ง, 31(4), 125-136.

Arslan, M., & Ozdemir, L. (2015). Oral intake of ginger for chemotherapy-induced nausea and vomiting among women with breast cancer. Clinical Journal of Oncology Nursing, 19(5), E92-E97. doi:10.1188/15.CJON.E92-E97

BC Cancer. (2018). Symptom Management Guidelines: Nausea and Vomiting. Retrieved March 1, 2022, from http://www.bccancer.bc.ca/nursing-site/Documents/11.%20Nausea%20and%20Vomiting.pdf

Borges, D. O., Freitas, K. A. B. S., Minicucci, E. M., & Popim, R. C. (2020). Benefits of ginger in the control of chemotherapy-induced nausea and vomiting.Revista brasileira deenfermagem, 73. https://www.scielo.br/j/reben/a/tLDqmFGkcr8V4JRQxskpf9M/?lang=en&format=pdf

Habibeh, B., Naser, J., Shirin, N. N. T., & Fatemeh, B. S. (2020). The role of herbal medicine in the side effects of chemotherapy. Revista Latinoamericana De Hipertension, 15(1), 64-70.

Klute, K. A. (2020). Antiemetic guidelines: Not just for the HEC of it. Official Journal of the National Comprehensive Cancer Network, 18(6). doi: https://doi.org/10.6004/jnccn.2020.7589

Multinational Association of Supportive Care in Cancer (MASCC). (2010). MASCC antiemesis tool (MAT). Retrieved March 1, 2022, from https://mascc.org/resources/assessment-tools/mascc-antiemesis-tool-mat/

Molassiotis, A., Coventry, P. A., Stricker, C. T., Clements, C., Eaby, B., Velders, L., ... & Gralla, R. J. (2007). Validation and psychometric assessment of a short clinical scale to measure chemotherapy-induced nausea and vomiting: The MASCC antiemesis tool. Journal of Pain and Symptom Management, 34(2), 148-159. https://doi.org/10.1016/j.jpainsymman.2006.10.018

Mosa, A. S. M., Hossain, A. M., Lavoie, B. J., & Yoo, I. (2020). Patient-related risk factors for chemotherapy-induced nausea and vomiting: a systematic review. Frontiers in pharmacology, 11, 329. doi:10.3389/fphar.2020.00329. eCollection 2020

Norwood, S. L. (2000). Research strategy for advanced practical nursing practice. New Jersey: Prentice Hall. Inc.

Orem, D. E., Taylor, S. G., & Renpenning, K. M. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed.). St. Louis: Mosby.

Rakhshani, T., Najafi, S., Javady, F., Bozorg, A. T. D., Mohammadkhah, F., & Khani, J. A. (2022). The effect of Orem-based self-care education on improving self-care ability of patients undergoing chemotherapy: A randomized clinical trial. BMC cancer, 22(1), 1-9.

Suttiwanich, S., & Khampiew, A. (2021). Comparison of nausea and vomiting among patients who’s receiving antiemesis drug and antiemesis drug with ginger in cancer patients receiving AC and FAC formulations, Lopburi Cancer Hospital. Journal of the Department of Medical Services, 45(4), 162–166.

Varaei, S., Pishe, E. A., Razie, S. P., & Farahani, L. N. A. (2017). The effect of education on self-care behaviors of gastrointestinal side effects on patients undergoing chemotherapy. World Family Medicine/

Middle East Journal of Family Medicine,15(9), 170-175.

Welz, J.A. (2017). The evolution of chemotherapy-induced nausea and vomiting management Challenges and opportunities. Value-Based Cancer Care, 8(3), supplement 2.

World Health Organization (WHO). (2021). Breast cancer. Retrieved March 11, 2022, from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/breast-cancer

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดโดยผู้เขียนคนเดียวกัน