คุณภาพการจัดการดูแลผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม โรงพยาบาลตติยภูมิ
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงบรรยายมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพการจัดการดูแลผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่ง กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุร กรรมจำนวน 25 คน และเวชระเบียนผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม จำนวน 83 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากพยาบาลวิชาชีพ ได้แก่ แบบวัดความรู้ในการจัดการดูแลผู้มีภาวะ ติดเชื้อในกระแสเลือด และแบบสอบถามการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการดูแลผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากเวชระเบียนได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเจ็บป่วย และผลลัพธ์ของผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย
ผลการวิจัย พบว่า พยาบาลวิชาชีพมีความรู้ในการจัดการดูแลผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอยู่ในระดับปานกลางมากที่สุด (52.00%) คุณภาพการจัดการด้านกระบวนการ พบว่า พยาบาลปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการดูแลผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดทุกครั้งมากกว่าร้อยละ 80 คุณภาพการจัดการด้านผลลัพธ์ พบว่า ภายใน 6 ชั่วโมงแรก ผู้ป่วยมีค่าความดันเลือดแดงเฉลี่ย > 65 มิลลิเมตรปรอท ร้อยละ 73.49 มีค่าความดันหลอดเลือดดำส่วนกลางอยู่ระหว่าง 12-18 เซนติเมตรน้ำ ร้อยละ 71.08 มีปริมาณปัสสาวะ > 30 มิลลิลิตร/ชั่วโมง ร้อยละ 57.83 บรรลุการดูแลรักษาแบบมุ่งเป้าใน 6 ชั่วโมงแรก ร้อยละ 56.6 และมีอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดร้อยละ 37.30
ผลการวิจัยมีข้อเสนอแนะให้พยาบาลที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤตผ่านการอบรมเฉพาะทางการดูแลผู้ป่วยวิกฤตหรือมีระบบการพัฒนาความรู้และทักษะของพยาบาลในการดูแลผู้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. ก่อนเท่านั้น
วิธีการอ้างอิง
การอ้างอิง
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข. (2563). รายละเอียดตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2564. สืบค้น 21 กุมภาพันธ์ 2565, จาก http://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/kpi_template_edit%201.pdf
งานเวชระเบียนและสถิติโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี. (2562). จำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือดหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี. งานเวชระเบียนและสถิติโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จังหวัดกรุงเทพมหานคร.
ธารทนา วงษ์ทวี, อภิญญา ศิริพิทยาคุณกิจ, และสุนทรี เจียรวิทยกิจ. (2563). การประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยภาวะเซพซิสต่อผลลัพธ์ทางคลินิกในหอผู้ป่วยอายุรกรรม. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 26(2), 155-171.
ประกายดาว จิตต์ประเสริฐ, นวลศรี บาลทิพย์, แสงสม เพิ่มพูล, วิรัญดา พงษ์พรม, และนาตยา เอื้อมิตร. (2563). การพัฒนาการพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิตแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 34(3), 98-120.
ประภาพรรณ สิงห์โต, และทองเปลว ชมจันทร์. (2564). กระบวนการและผลลัพธ์ของการดูแลแบบมุ่งเป้าใน 6 ชั่วโมงแรกในผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดชนิดรุนแรงและภาวะช็อคจากการติดเชื้อ.วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 3(2),1-21.
ภาพิมล โกมล, รัชนี นามจันทรา, และวารินทร์ บินโฮเซ็น. (2560). คุณภาพการจัดการดูแลผู้มีกลุ่มอาการติดเชื้อในกระแสเลือดที่หน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลสิงห์บุรี. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 6(2), 32-43.
นิตยา ภูริพันธุ์, อำนาจ กาศสกุล, และณัฐวรรณ พละวุฑิโฒทัย. (2563). ผลลัพธ์ของการพัฒนาการใช้ Sepsis Protocol Checklist Lerdsin Hospital, วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1), 12-20.
วิราวรรณ เมืองอินทร์, บุษบา อัครวนสกุล, อรอนงค์ วงศ์แก้ว, และนงเยาว์ มงคลอิทธิเวช. (2563). ผลของการพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ,43(1), 97-108.
สมพร ศรีทันดร, วารินทร์ บินโฮเซ็น, และน้ำอ้อย ภักดีวงศ์. (2556). การพัฒนาระบบปฏิบัติการพยาบาลในการนำแนวปฏิบัติในการดูแลผู้มีกลุ่มอาการติดเชื้อในกระแสเลือดไปใช้ในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต.
อรอุมา ท้วมกลัด, พูนสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์, และอภิญญา ศิริพิทยาคุณกิจ. (2557). ความรู้ในการประเมินและการจัดการผู้ป่วยระยะแรกของภาวะช็อคจากการติดเชื้อและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของพยาบาลวิชาชีพใน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 20(2), 206-220.
อาภรณ์ นิยมพฤกษ์, พิชญพันธุ์ จันทระ, พัชรี ยิ้มแย้ม, และน้ำอ้อย ภักดีวงศ์. (2556). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยกลุ่มอาการติดเชื้อในกระแสเลือดโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์. วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 31(2), 14-24.
Agustin, M., Price, L. L., Andoh-Duku, A., & LaCamera, P. (2017). Impact of delayed admission to the intensive care unit from the emergency department upon sepsis outcomes and sepsis protocol compliance. Critical Care Research and Practices, article ID 9616545. doi: 10.1155/2017/9616545
Augus, D. C., & van der Poll, T. (2013). Severe sepsis and septic shock. The New England Journal of Medicine, 369, 840-851.
Bloom, B. S., Madaus, G. F., & Hastings, J. T. (1971). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill.
Dellinger, R. P., Levy, M. M., Rhodes, A., Annane, D., Gerlach, H., Opal, S. M., . . . Moreno, R. (2013). Surviving sepsis campaign: International guidelines for management of severe sepsis and septic shock, 2012. Intensive Care Medicine, 39, 165-228.
Donabedian, A. (2005). Evaluating the quality of medical care. The milbank Quarterly, 83(4), 691-729.
Ferrer, R., Artigas, A., Levy, M. M., Blanco, J. Gonzalez-Diaz, G., Garnacho-Montero, J., … de la Torre-Prados, M. V. (2008). Improvement in process of care and outcome after a multicenter severe sepsis educational program in Spain. JAMA, 299(19), 2294-2303.
Glickman, S. W., Cairns, C. B., Otero, R. M., Woods, C. W., Tsalik, EL., Langley, RJ., … Rivers, E. P. (2010). Disease progression in hemodynamically stable patients presenting to the emergency department with sepsis. Acedemic Emergency Medicine, 17(4), 383-90.
Kleinpell, R., Blot, S., Boulanger, C., Fulbrook, R. & Blackword, B. (2019). International critical care nursing considerations and quality indicators for the 2017 surviving sepsis campaign guidelines. Intensive Care Medine, 45(11), 1663-1666.
Liu, R., Greenstein, J. L., Granite, S. J, Fackler, J. C., Bembea, M. M., Sarma S. V. & Winslow, R. L. (2019). Data-driven discovery of a novel sepsis pre-shock state predicts impending septic shock in the ICU. Scientific Reports, 9, 6145.
Mayr, F. B., Yende, S., Linde-Zwirble ,W. T., Peck-Palmer, O. M., Barnato, A. E., Weissfeld, L.A., & Angus, D. C. (2010). Infection rate and acute organ dysfunction risk as explanationsfor racial differences in Severe Sepsis. JAMA, 303, 2495-503.
Medam, S., Zieleskiewicz, L., Duclos, G., Baumstarck, K., Loundou, A., Alingrin, J., . . . Leone, M. (2017). Risk factors for death in septic shock: A retrospective cohort study comparing trauma and non-trauma patients. Medicine (Baltimore), 96(50), e9241.
Nakiganda, C., Atukwatse, J., Turyasingura, J., Niyonzima, V. (2022). Improving nurses’ knowledge on sepsis identification and management at Mulago National Referral Hospital: A quasi experimental study. Nursing: Research and Reviews, 12, 169–176.
Norwood, S.L. (2000). Research strategies for advanced practice nurse. Upper Saddle River, N. J.: Prentice-Hall
Taj, M., Brenner, M., Sulaiman, Z., Pandian, V. (2022). Sepsis protocols to reduce mortality in resource-restricted settings: A systematic review. Intensive Critical Care Nursing, 72, 103255.