ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษีเงินได้ของมูลนิธิ : ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่าง ประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
Abstract
ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้ของมูลนิธิ มีสาเหตุมาจาก การจำแนกประเภทมูลนิธิ ซึ่งตามกฎหมายไทยสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ มูลนิธิที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ และมูลนิธิที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ จึงมักเกิดความสับสนในการแยกประเภท ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 531) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณายกเว้นการจัดเก็บภาษีเงินได้ไม่เหมาะสม ทำให้มูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไรจำนวนมากไม่สามารถเข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาในการประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณะกุศลตามประกาศกระทรวงการคลังได้ นอกจากนั้น หากเมื่อมูลนิธิใดหารายได้โดยการจัดกิจกรรมที่ทำให้เกิดรายได้ ตามมาตรา 40 (1)- (8) แห่งประมวลรัษฎากร มูลนิธิเหล่านั้น มีหน้าที่ที่จะเสียภาษีตามหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีเงินได้ของมูลนิธิซึ่งแตกต่างไปจากหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไป เพราะการคิดคำนวณภาษีเงินได้ของมูลนิธิคิดจากฐานรายรับก่อนหักรายจ่าย ในขณะที่การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไปคิดจากฐานกำไรสุทธิ คือรายได้หักด้วยรายจ่าย การจัดเก็บภาษีเงินได้มูลนิธิที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีในประเทศไทยจึงไม่เป็นธรรม
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงได้ศึกษาเกี่ยวกับปัญหากฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้ของมูลนิธิ โดยศึกษาจากประมวลรัษฏากรของประเทศไทย และนำไปเปรียบเทียบกับประมวลรัษฏากรของสหรัฐอเมริกา จากการศึกษาพบว่าการเข้าสู่หลักเกณฑ์การพิจารณายกเว้นภาษีเงินได้ของประเทศไทยนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และกลายเป็นภาระให้กับมูลนิธิ ในขณะที่หลักเกณฑ์ดังกล่าวของสหรัฐอเมริกา ปรากฏมีความชัดเจน
มากกว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจึงไม่เอื้อต่อมูลนิธิในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์ที่ไม่แสวงหากำไร และช่วยเหลือสาธารณะอย่างแท้จริง จึงสมควรที่จะมีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อมูลนิธิเหล่านั้น