ผลของการออกกำลังกายต่อความสามารถในการเดินร่วมกับทำกิจกรรมในผู้สูงอายุเพศหญิง
Abstract
การออกกำลังกายในผู้สูงอายุสามารถลดความเสี่ยงต่อการล้มในผู้สูงอายุได้ ดังนั้นการศึกษาถึงผลการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ และความสามารถของผู้สูงอายุขณะทำกิจกรรม จะเป็นแนวทางในการเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะสม และลดความเสี่ยงต่อการล้มในผู้สูงอายุตอนต้นได้ โดยวัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเดิน และความสามารถในการเดินร่วมกับการทำกิจกรรมที่ 2 ของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายแบบไทเก๊ก เดิน และไม่ได้ออกกำลังกาย โดยมีเข้าร่วมวิจัยคือผู้สูงอายุเพศหญิงอายุระหว่าง 60-69 ปี แบ่งเป็นกลุ่มออกกำลังกายแบบไทเก๊ก เดิน และไม่ออกกำลังกาย กลุ่มละ 21 คน ผู้สูงอายุได้สุ่มทดสอบความสามารถในการเดินไป-กลับระยะทาง 3 เมตร เดินไป-กลับระยะทาง 3 เมตรร่วมกับการถือแก้วน้ำ และเดินไป-กลับระยะทาง 3 เมตรร่วมกับการลบเลข และนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มโดยใช้สถิติ One way analysis of variance (ANOVA) ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่ากลุ่มออกกำลังกายแบบไทเก๊กและกลุ่มเดินใช้เวลาในการเดินไป-กลับระยะทาง 3 เมตรน้อยกว่ากลุ่มไม่ออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กลุ่มออกกำลังกายแบบเดินใช้เวลาในการเดินไป-กลับระยะทาง 3 เมตรร่วมกับการถือแก้วน้ำน้อยกว่ากลุ่มไม่ออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และกลุ่มออกกำลังกายแบบไทเก๊กและกลุ่มเดินใช้เวลาในการเดินไป-กลับระยะทาง 3 เมตรร่วมกับการลบเลขน้อยกว่ากลุ่มไม่ออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสรุปผู้สูงอายุตอนต้นเพศหญิงที่ออกกำลังกายแบบไทเก๊กและเดินมีความสามารถในการเดินและการเดินร่วมกับการทำกิจกรรมที่สองได้ดีกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้ออกกำลังกาย โดยในการศึกษาถัดไปแนะนำทดสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคล่องแคล่วและรูปแบบการเคลื่อนไหวในผู้สูงอายุ
- บทความทุกเรื่องที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชา (Peer review) ในรูปแบบไม่มีชื่อผู้เขียน (Double-blind peer review) อย่างน้อย ๓ ท่าน
- บทความวิจัยที่ตีพิมพ์เป็นข้อค้นพบ ข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนเจ้าของผลงาน และผู้เขียนเจ้าของผลงาน ต้องรับผิดชอบต่อผลที่อาจเกิดขึ้นจากบทความและงานวิจัยนั้น
- ต้นฉบับที่ตีพิมพ์ได้ผ่านการตรวจสอบคำพิมพ์และเครื่องหมายต่างๆ โดยผู้เขียนเจ้าของบทความก่อนการรวมเล่ม