ทัศนคติของประชาชนต่อภาวะผู้นำทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พ.ศ.2562 – 2563
กรณีศึกษาเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
Abstract
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาทัศนคติของประชาชนต่อภาวะผู้นำทางการเมืองของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พ.ศ.2562 -2563 : กรณีศึกษาเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา (2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อทัศนคติของประชาชนต่อภาวะผู้นำทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พ.ศ.2562 – 2563 : กรณีศึกษาเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ประชากรที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 396 คน ผลการวิจัยพบว่า ทัศนคติของประชาชนต่อภาวะผู้นำทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พ.ศ.2562-2563 : กรณีศึกษาเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในภาพรวม อยู่ในระดับน้อย (X ̅=2.10) เมื่อแยกเป็นรายด้าน พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับการดลใจ (Inspiration) ( X ̅=2.32) รองลงมาคือด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา (Intellectual Stimulation) (X ̅ =2.02) และด้านความเสน่หา (Charisma) ( X ̅ =1.96)
พบว่า ประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน แตกต่างกันมีระดับทัศนคติต่อภาวะผู้นำทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในภาพรวมแตกต่างกันในด้านความเสน่หา ด้านการดลใจ และด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา ส่วนประชาชนที่เพศแตกต่างกันมีระดับทัศนคติในภาพรวมต่อภาวะผู้นำทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
- บทความทุกเรื่องที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชา (Peer review) ในรูปแบบไม่มีชื่อผู้เขียน (Double-blind peer review) อย่างน้อย ๓ ท่าน
- บทความวิจัยที่ตีพิมพ์เป็นข้อค้นพบ ข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนเจ้าของผลงาน และผู้เขียนเจ้าของผลงาน ต้องรับผิดชอบต่อผลที่อาจเกิดขึ้นจากบทความและงานวิจัยนั้น
- ต้นฉบับที่ตีพิมพ์ได้ผ่านการตรวจสอบคำพิมพ์และเครื่องหมายต่างๆ โดยผู้เขียนเจ้าของบทความก่อนการรวมเล่ม