แนวทางการบริหารการจัดการโครงการไม่ให้เกิดความล่าช้า กรณีศึกษาโครงการ New Custody Metering LPG โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง

  • ปิยะวัฒน์ จตุจินดา
  • ศิวฤทธิ์ สุนทรเสณี
Keywords: โครงการ, PERT/CPM, ค่าใช้จ่ายในการเร่งงานต่อหนึ่งหน่วยเวลา, โรงแยกก๊าซธรรมชาติ

Abstract

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) บริหารจัดการโครงการให้มีความน่าจะเป็นแล้วเสร็จภายใน 270 วัน มากกว่าร้อยละ 99 และใช้ค่าใช้จ่ายในการเร่งรัดโครงการที่ต่ำที่สุด และ 2) ประยุกต์ใช้เครื่องมือ CPM/PERT โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากเอกสารประมูลงานจัดจ้างนี้และการสัมภาษณ์ นำข้อมูลมาจัดการบริหารตามทฤษฎี Project Management วิเคราะห์หาเส้นทางวิกฤติและความน่าจะเป็นโครงการผ่าน CPM/PERT  และวิเคราะห์การเร่งรัดงานบนเส้นทางวิกฤติโดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการเร่งรัดงานต่อหนึ่งหน่วยเวลา  ผลการศึกษา พบว่า โครงการ New Custody Metering LPG โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง มีความน่าจะเป็นที่จะแล้วเสร็จภายใน 266 วัน เท่ากับ 68.79% ซึ่งมีความเสี่ยงที่โครงการจะล่าช้า โดยมี 8 ทางเลือกในการเร่งรัดงาน ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือ ทางเลือกที่ 2 การเร่งรัดกิจกรรม C (3D Model For Review/Approve) และกิจกรรม A (Design Routing and GA Drawing For Review/Approve) ทำให้โครงการใช้ระยะเวลา 245 วัน และมีความน่าจะเป็นของโครงการแล้วเสร็จตามกำหนดเท่ากับ 99.90% และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ 17,692 บาท ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ผู้รับเหมาที่ชนะการประมูลจะยอมรับข้อเสนอแนะของ ปตท. ต่อการเร่งรัดโครงการ เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายใต้ความรับผิดชอบของผู้รับเหมาที่ไม่มากเกินไป

Published
2020-08-19

##plugins.generic.recommendByAuthor.heading##