การเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลดัวยแนวคิดแบบลีน
กรณีศึกษาบริษัท GGG จำกัด
Abstract
บทความนี้ได้นำเสนอกรณีศึกษาเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลของบริษัท GGG จำกัด โดยใช้แผนภูมิเหตุและผล และแผนภูมิกระบวนการไหล Swim Lane Diagram และ Flow Process Chart รวมถึงการเก็บข้อมูลภาพรวมของกระบวนการกระจายยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลทั้งหมด เพื่อนำมาวิเคราะห์กระบวนการที่ก่อให้เกิดความสูญเปล่า และทำการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการใหม่ จากการวิเคราะห์พบปัญหาความไม่สม่ำเสมอในการปฏิบัติงานของพนักงาน เกิดความล่าช้าในกระบวนการ และพบการกระจายยาและเวชภัณฑ์เกินกรอบเวลาที่กำหนด โดยมีกรอบเวลาการส่งมอบยาและเวชภัณฑ์ให้แต่ละหน่วยงานภายใน 60 นาที ส่งผลให้ความพึงพอใจจากการให้บริการลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายงาน และการต่อสัญญา รวมถึงอาจสูญเสียโอกาสการขายในอนาคต โดยสาเหตุของปัญหาเกิดจากแผนการดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม และขาดการวางแผนเส้นทางการกระจายยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงมีการกระจายงานในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมาะสม
ดังนั้น การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาล ผู้ศึกษาจึงมุ่งใช้เครื่องมือและแนวคิดแบบลีน (Lean Thinking) ด้วยหลักการ ECRS มาใช้ในการวิเคราะห์ ปรับปรุง และแก้ไขปัญหา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาโดยรวม ลดความสูญเปล่า จากการศึกษาพบว่า สามารถลดเวลาเฉลี่ยในการกระจายน้ำเกลือจาก 50 นาที เหลือ 45 นาที คิดเป็น 10% ลดเวลาเฉลี่ยในการกระจายเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา จาก 65 นาที เหลือ 45 นาที คิดเป็น 30.77% ลดเวลาเฉลี่ยในการกระจายยา Order for Continue จาก 65 นาที เหลือ 45 นาที คิดเป็น 30.77% และลดเวลาเฉลี่ยในการกระจายยา New Order จาก 47 นาที เหลือ 45 นาที คิดเป็น 4.26% ในส่วนของภาพรวมของการกระจายยาและเวชภัณฑ์สามารถลดขั้นตอนการทำงานจาก 8 ขั้นตอน เหลือ 4 ขั้นตอน และลดเวลาที่ใช้ในการกระจายยาและเวชภัณฑ์จาก 121 นาที เหลือ 57 นาที คิดเป็น 52.89%
- บทความทุกเรื่องที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชา (Peer review) ในรูปแบบไม่มีชื่อผู้เขียน (Double-blind peer review) อย่างน้อย ๓ ท่าน
- บทความวิจัยที่ตีพิมพ์เป็นข้อค้นพบ ข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนเจ้าของผลงาน และผู้เขียนเจ้าของผลงาน ต้องรับผิดชอบต่อผลที่อาจเกิดขึ้นจากบทความและงานวิจัยนั้น
- ต้นฉบับที่ตีพิมพ์ได้ผ่านการตรวจสอบคำพิมพ์และเครื่องหมายต่างๆ โดยผู้เขียนเจ้าของบทความก่อนการรวมเล่ม